ค้นหาธุรกิจ
ค้นหาบุคคล
ค้นหาเว็บไทย
ประกาศซื้อขาย
ร้านค้าออนไลน์
Export-Import
ค้นหาสินค้า
หมวด
=== เลือกหมวดสินค้า ===
สินค้า OTOP
เกมส์ ของเล่น
กีฬา อุปกรณกิฬา
ศิลปะ หัตถกรรม
สะสม งานอดิเรก
หนังสือ/สื่อ
เครื่องดนตรี
เพลง ดนตรี บันเทิง
สัตว์เลี้ยง / ต้นไม้
แม่และเด็ก
อาหารและเครื่องดื่ม
เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย
บ้านและของใช้ ของตกแต่ง
อุปกรณ์สำนักงาน
เครื่องใช้ไฟฟ้า
ยานพาหนะ
อุปกรณ์สื่อสาร
คอมพิวเตอร์
กล้อง
ท่องเที่ยว
ธุรกิจ อุตสาหกรรม
งาน รับสมัครงาน
ค้นหาโดยละเอียด
ช่วยเหลือ
สมาชิกเข้าสู่ระบบ
รหัสสมาชิก
รหัสผ่าน
ตกลง
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
Categories :
หมวดหมู่
อินเทอร์เน็ต
การตลาด
การบริหารจัดการ
การค้าอิเล็กทรอนิก
ประชาสัมพันธ์/ข่าว
market.yellowpages.co.th ตลาดนัดออนไลน์ สไตน์คุณ
เพิ่มรายชื่อธุรกิจกับ Yellowpages.co.th ได้ที่นี่ ฟรี!
แจกฟรี i-phone 3Gs
รายการข่าวทั้งหมด
กิจกรรม
ประกาศผล แจกฟรี i-phone 3Gs
แจกบัตรลุ้นบัตรรับประทาน "เป็ดปักกิ่ง" ฟรีๆ 15 รางวัล แค่ตอบคำถามง่ายๆ
ประกาศผลผู้โชคดีได้รับรางวัลจากกิจกรรม เว็บหน้าเหลืองร่วมกับ TOYOTA แจกดาวน์ YARIS 20 % ฟรี
รายการกิจกรรมทั้งหมด
หน้าแรก
สินค้า
บริการ
ลงประกาศ
ติดต่อลงโฆษณา
แนะนำการใช้งาน
เกี่ยวกับ MarketThai
ความรู้
คุณอยู่ที่
>>
ความรู้
>> รายละเอียด
บทความน่าอ่าน
"One More" ไอศกรีมโฮมเมด นำร่องรสมะยมพร้อมพริกกะเกลือ
[ 26 พ.ค. 2552 14:20 น. ]
"One More" ไอศกรีมโฮมเมด นำร่องรสมะยมพร้อมพริกกะเกลือ
"One More" ไอศกรีมโฮมเมด นำร่องรสมะยมพร้อมพริกกะเกลือ
เริ่มจากการไปเรียนรู้วิธีการทำเพื่อให้ได้ความรู้และขั้นตอนการทำ
หลังจากเป็นลูกจ้างบริษัทใหญ่มาหลายปี
2
พี่น้อง ปัญจรัตน์ กับ นวรัตน์ วงศ์นภาพรรณ เจ้าของธุรกิจไอศกรีมโฮมเมด
“One More”
จึงเริ่มมองหาโอกาสสร้างธุรกิจของตนเอง และสรุปได้ว่าควรจะเริ่มจากสิ่งที่ชอบ คำตอบจึงออกมาเป็นไอศกรีมซึ่งเมื่อได้ไปตระเวนรับประทานมาทั่วแล้ว ก็อยากที่จะทำในแบบที่ตนเองชอบออกมาบ้าง และเริ่มจากการไปเรียนรู้วิธีการทำเพื่อให้ได้ความรู้และขั้นตอนการทำอย่างถูกหลักสำหรับการที่จะมาทำเป็นธุรกิจ แม้ว่าจะเป็นไอศกรีมแบบโฮมเมดก็ตาม
ในระยะ
1
ปีที่ฝึกฝนฝีมือและเรียนรู้จากหนังสือทั้งของไทยและต่างประเทศ แล้วเริ่มด้วยการทำตาม จนเมื่อชำนาญจึงใส่ลูกเล่นของตนเองลงไป และเริ่มเห็นโอกาสทางธุรกิจเพราะลูกค้าให้การตอบรับอย่างดี จากการไปทดลองออกงานแฟร์ตามสถาบันการศึกษา รวมถึง การได้รับเลือกให้ไปร่วมงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยต้อนรับมิสยูนิเวอร์สในสมัยที่
....
เกลโบวา ได้รับตำแหน่ง ที่จะขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยมีผลไม้ไทยเป็น
theme
ของงาน เพราะในตอนแรกของการสร้างความแตกต่างในสินค้าได้ใช้ไอศกรีมผลไม้เป็นจุดขาย
การใช้ผลไม้ไทยสร้างความโดดเด่นในตอนเริ่มต้น เพราะแบรนด์ดังทั้งหลายเป็นไอศกรีมที่ทำจากนมและด้วยต้นทุนวัตถุดิบคือผลไม้ไทยมีราคาถูก และมีความหลากหลายเป็นข้อได้เปรียบในการเลือกนำมาใช้ได้มากมาย แต่ในเวลาต่อมาได้ขยายฐานกลุ่มลูกค้าไปสู่เด็ก รวมทั้งวัยรุ่นที่ชอบไอศกรีมที่มีส่วนผสมของนม และปัจจุบันได้เพิ่มไอศกรีมโยเกิร์ตขึ้นมาอีกประเภทหนึ่งให้อยู่ในกลุ่มสินค้าหลัก
สำหรับรสชาติต่างๆ ที่ผลิตขึ้นมา นอกจากตัดสินใจจากความชอบส่วนตัวแล้ว ยังปรับให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าส่วนใหญ่ด้วย เหมือนกับมองว่าธุรกิจนี้ลูกค้ามีส่วนเป็นเจ้าของด้วย เพราะเป็นคนช่วยให้เกิดความคิดใหม่ๆ และช่วยในการตัดสินใจ ไม่ได้มองว่าเป็นเพียงแค่ผู้ขายกับผู้ซื้อเท่านั้น
"
คอมเม้นท์หลายๆ เรื่องของลูกค้าทำให้เราอยู่มาถึงวันนี้ เรานึกขอบคุณลูกค้าตลอด ไอศกรีมหลายๆ รสที่ขายดีในวันนี้ก็เพราะลูกค้าช่วยกันติช่วยกันชม แต่หลายรสที่ลูกค้าแนะนำ เช่น บีทรูท เคยทำลองทำแล้วมีคนชอบน้อยมาก เราก็ทำออกมาไม่ได้"
อย่างไรก็ตาม การสร้างโอกาสใหม่ๆ ในลักษณะพันธมิตรเริ่มมีเข้ามาบ้าง เช่น เจ้าของเครื่องดื่มจินเจน จ้างให้ทำไอศกรีมจากขิงเพื่อไปจัดงานอีเว้นต์ ซึ่งกลายเป็นไอเดียให้คิดว่าควรจะใช้ความได้เปรียบจากการเป็นรายเล็กๆ ทำให้สามารถออกแบบไอศกรีมรสชาติต่างๆ ออกมาเป็นพิเศษแบบไอศกรีมตามสั่ง เพราะรายใหญ่มีข้อจำกัดเรื่องปริมาณการสั่งซื้อ ในขณะที่ พันธมิตรจะได้ประโยชน์จากการนำสินค้าของเขามาเป็นวัตถุดิบและสร้างความแปลกใหม่ และไอเดียต่างๆ ที่ใช้เป็นการเพิ่มคุณค่าในตัวสินค้าให้กับลูกค้า เป็นการได้ประโยชน์ทุกฝ่าย
นอกจากนี้ การสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ด้วยการต่อยอดจากของเดิม คือการนำหม้อดินแบบโบราณมาใส่ท๊อปปิ้งและเพิ่มความหลากหลายฝรั่งโรยบ๊วย และมะม่วงน้ำปลาหวาน จากเดิมที่มีแค่มะยมพริกเกลือ ซึ่ง
เป้าหมายที่แท้จริงของการนำ "หม้อดินโบราณ" มาจัดวางคู่กับ
"
ตู้ไอศกรีมสมัยใหม่" ซึ่งเป็นภาพที่ขัดกัน และใช้กับการออกงานแฟร์ เพราะเป็นความพยายามเสนอให้เห็นว่าเป็นไอศกรีมของคนไทย และต้องการให้เกิดความสงสัย จะได้มีโอกาสพูดคุย และนำไปสู่การทดลอง
ทำให้ลูกค้าเดินเข้ามาหาโดยไม่ต้องร้องเรียกให้เหนื่อยทั้งวัน แม้ว่าท้ายที่สุดจะไม่ชอบในรสชาติหรือท๊อปปิ้งที่ใส่ก็ตาม แต่ทำให้เกิดการจดจำ
อย่างไรก็ตาม จากนำไปออกงาน
ThAIFEX 2008
และอีกหลายแห่งตามมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่ได้รับการตอบรับดี โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น รวมถึงผู้ใหญ่ เพราะเป็นความแปลกแบบไทยที่คนไทยคุ้นเคย วิธีการแบบนี้เหมือนยกห้องแล็ปไปหาลูกค้าและบางครั้งเป็นการนำสูตรหรือไอเดียจากลูกค้ามาเข้าห้องแล็ปจริงๆ เพราะเมื่ออยู่กับลูกค้าจะเปิดรับอย่างมาก ทำให้ได้ข้อมูลดีๆ เสมอ
ด้วยการสำรวจจากลูกค้าโดยตรงทำให้รู้ความต้องการได้อย่างชัดเจน และลูกค้าส่วนใหญ่มักจะเป็นลูกค้าประจำ จึงช่วยประเมินความต้องการของตลาดและการตัดสินใจเลือกผลิดได้อย่างดี ซึ่งการวางตำแหน่งสินค้าไว้ที่ระดับพรีเมี่ยม มุ่งกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงบนเพราะต้นทุนสูงโดยเฉพาะวัตถุดิบที่ใช้อย่างเข้มข้น แต่
ราคาที่ตั้งไว้ระดับ
30-35
บาทต่อถ้วย ซึ่งไม่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับคุณภาพและความแปลกใหม่ที่นำเสนอ เพื่อต้องการให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่า
แม้ว่าในปัจจุบันต้นทุนต่างๆ จะเพิ่มขึ้น แต่ไม่คิดจะปรับขึ้น เพื่อต้องการสร้างตลาดให้เติบโตในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ แต่ปรับตัวด้วยการปรับขนาดและรูปแบบเป็น "
mini waffle"
เพื่อขายในราคา
20
บาท ทำให้เกิดการทดลองและตัดสินใจจ่ายง่ายขึ้น ซึ่งในที่สุด ลูกค้ามักจะกลับมาซื้อครั้งต่อไปในขนาดปกติเพราะติดใจในรสชาติ
ปัจจุบันไอศกรีมวันมอร์มีรสชาติที่ขายได้เตรียมไว้
50
รสชาติ โดยมีรสชาติที่ขายดีกว่า
30
รสชาติ และมุ่งเน้นการสร้างสรรค์รสชาติและการนำเสนอแบบใหม่ๆ เป็นจุดขายที่โดดเด่นและแตกต่างอยู่ตลอด เช่น ล่าสุดกำลังทดลองสินค้ากลุ่มขนมไทย เช่น ไอศกรีมกล้วยบวชชี และจะใช้ใบตองเป็นบรรจุภัณฑ์เพื่อฉีกแนวจากเดิมและสร้างความสนุกให้ผู้บริโภค
สร้างชื่อ
'One More'
เจาะช่องทางสร้างอนาคต
แม้ว่า "
One More"
เพิ่งจะเริ่มสร้างแบรนด์เมื่อเร็วๆ นี้ แต่ด้วยชื่อที่เรียกง่าย จำง่าย และมีความหมาย รวมทั้ง สโลแกน "
one never enough"
หรือหนึ่งเดียวไม่เคยพอ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจากที่เคยใช้ชื่อ
“Cheery”
ซึ่งแปลว่าร่าเริง แต่เมื่อใช้จริงกลับยากที่จะจำและเมื่อเขียนออกมารู้สึกกวนสายตา คนทั่วไปมักจะอ่านมาเชอร์รี่เพราะคุ้นกว่า ไม่ค่อยมีใครอ่านว่าเชียรี่ หลังจากใช้ว่า
2
ปี ลูกค้ายังจำชื่อไม่ค่อยได้ จึงเริ่มคิดเปลี่ยนและเมื่อไปปรึกษาที่บริษัทอุตสาหกรรมขนมไทย ทำให้ได้รับคำแนะนำที่ชัดเจนจึงตัดสินใจเปลี่ยนและช่วยกันคิด จนได้ชื่อใหม่
ในส่วนโลโก้ของ
One More
ยังมีความหมายได้หลายอย่าง อย่างแรกความหมายว่าที่หนึ่งและการใช้เลขหนึ่งไทยเพื่อแสดงความเป็นไทย อย่างที่สองเป็นสัญลักษณ์ให้นึกถึง
scoop
กลมๆ ที่ตัดไอศกรีม และอย่างที่สามมองได้เหมือนกับมือของนางกวัก และสีที่ใช้ตั้งใจจะเปลี่ยนไปตามความคิดสร้างสรรค์ แต่สีหลักที่ใช้ในตอนนี้คือสีเหลืองทอง เพื่อสื่อความเป็นสิริมงคล ทำให้รู้สึกน่ากิน และนำไปใช้กับสีอื่นๆ ได้ง่าย
เมื่อสรุปเรื่องชื่อใหม่ได้ลงตัว ประกอบกับโอกาสในการสร้างพันธมิตรใหม่ที่เริ่มมีเข้ามามากขึ้น ทำให้ในช่วง
1
ปีที่ผ่านมา สามารถขยายช่องทางจำหน่ายได้รวดเร็วขึ้นจากฐานเดิมเน้นร้านอาหารและฟิตเนส จะเพิ่มไปในแหล่งท่องเที่ยว เพราะเป็นช่องทางที่เหมาะสมและมีแนวโน้มดี เนื่องจากนักท่องเที่ยวพร้อมจะจับจ่ายและทดลองของใหม่ๆ ซึ่งปัจจุบันสามารถวางจำหน่ายไปได้
10
กว่าแห่ง และมีแนวโน้มดีขึ้นจากที่ได้ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อและงานแสดงสินค้าใหม่ๆ
นอกจากการขยายไปในช่องทางใหม่ เช่น ร้านกำปั่นซึ่งอยู่ที่ตลาดน้ำอัมพวาซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมมาก การที่พนักงานขายช่วยโปรโมทสินค้าทำให้สินค้าได้รับความสนใจมากขึ้นและได้ลูกค้าเพิ่ม ส่วนการที่ยังไม่เปิดร้านของตนเองนั้น ยังไม่มีความพร้อม เพราะมองว่าต้องใช้เงินลงทุนสูงหากต้องการเข้าไปในทำเลที่ดีเพื่อสร้างชื่อและยอดขาย แต่การใช้วิธีออกงานแฟร์ทำให้ได้สัมผัสกับลูกค้าที่หลากหลายกว่าและไม่ต้องใช้เงินทุนสูง
ที่มา หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
ปรับปรุงล่าสุด :
26 พ.ค. 2552 14:20 น.
เปิดดูทั้งหมด :
653 ครั้ง
ส่งต่อให้เพื่อน
บริการ Market.yellowpages.co.th
หน้าหลัก
แนะนำตัวเว็บ / ติดต่อ
สมาชิก
ข่าว/กิจกรรม
หมวดสินค้า
ค้นหาสินค้า
ความรู้
บริการ
ลงโฆษณา
ติดต่อเรา
แผนผังเว็บไซต์
FAQ
เงื่อนไขและข้อตกลง
บริการ Market by Yellowpages
สินค้า
OTOP
เสื้อผ้า, แฟชั่น, นาฬิกา
เครื่องสำอาง
กล้อง, อุปกรณ์ถ่ายภาพ
เครื่องประดับ
เกมส์, ของเล่น, งานอดิเรก
กีฬา
คอมพิวเตอร์
อาหารและสุขภาพ
ธุรกิจและอุตสาหกรรม
เครื่องใช้ไฟฟ้า
อสังหาริมทรัพย
เพลง, หนัง, บันเทิง
โทรศัพท์, อุปกรณ์สื่อสาร
หนังสือ
สัตว์เลี้ยง, ต้นไม้
ศิลปะหัตถกรรม
แม่และเด็ก
เครื่องดนตรี
อุปกรณ์สำนักงาน
ท่องเที่ยว
รถยนต์, ยานพาหนะ
เฟอร์นิเจอร์
ของเก่า, ของสะสม
งาน
iPhone