เลาะวงเสวนาเคล็ดไม่ลับ ทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซอย่างไรให้รุ่ง
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซใช่ว่า จะเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จให้กับผู้ประกอบการทุกรายที่กระโดดเข้ามาทำธุรกิจ โดยจะเห็นได้จากแม้จะมีผู้ประกอบการหน้าใหม่มากมาย แต่ผู้ที่ประสบความสำเร็จก็ดูจะนับคนได้ ดังนั้น เมื่อเร็วๆ นี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จึงจัดการเสวนาเชิงวิชาการในหัวข้อ “ทำอี-คอมเมิร์ซอย่างไรให้โดนใจลูกค้า” ขึ้น โดยมีผู้ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ มาถ่ายทอดเคล็บลับ“แม้เศรษฐกิจไม่ดี แต่ธุรกิจออนไลน์ไม่ส่งผลกระทบ มีตัวกระตุ้นสำคัญให้ธุรกิจเติบโตจากสภาวะน้ำมันแพง ทำให้ผู้บริโภคหันมาคลิกซื้อของทางอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้ยอดอีคอมเมิร์ซเติบโตถึง 40%” นายทรงยศ คันธมานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์แพลนเน็ทเอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ผู้ให้บริการ www.readyplaney.com เปิดประเด็นการเสวนา และว่า ตลาดอี-คอมเมิร์ซยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปกรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์แพลนเน็ทเอ็นเตอร์ไพรส์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันผู้บริโภคต้องการความสะดวกสบายในการซื้อสินค้ามากขึ้น หรือ สินค้าบางอย่างอาจหาซื้อไม่ได้ตามท้องตลาด ทำให้ผู้ขายสนใจเข้ามาขายมากขึ้น ทำให้มีสินค้าเพิ่มหลากหลายประเภท เป็นภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย แต่ก็มีลูกค้าบางส่วนที่บ่นว่า ไม่รุ่ง และตั้งคำถามว่า ควรจะขายอะไรดี สินค้ายอดฮิตคืออะไร ขายอย่างไรให้รุ่ง ที่เป็นเรื่องตอบไม่ได้“เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา วิธีการทำตลาดก็เปลี่ยนไป ต้องทำไปเรียนไป ถ้าทำแล้วไม่พัฒนาระบบและการตลาด ธุรกิจก็จะตกต่ำลงเรื่อยๆ การเติบโตของตลาดอี-คอมเมิร์ซขึ้นอยู่กับประชากรทางอินเทอร์เน็ต ตลาดรายใหญ่ที่สุดอยู่ที่สหรัฐอเมริกา คนท่องอินเทอร์เน็ตกว่า 200 ล้านคน รองลงมาเป็นประเทศจีน 160 ล้านคน เป็นกลุ่มผู้เล่นอินเทอร์เน็ตที่น่าสนใจ” นายทรงยศ กล่าวเพิ่มเติม และว่า ส่วนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในไทยนั้น มีเพียง 10% ถือว่า ยังน้อยมากกรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์แพลนเน็ทเอ็นเตอร์ไพรส์ กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า ถ้าอยากให้อี-คอมเมิร์ซเติบโตต้องขยายกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตให้มากขึ้น เริ่มต้นคิดการขายให้ใหญ่ หรือ Think Gobble แต่ให้เริ่มทำธุรกิจเล็กๆ ภายในประเทศ หรือ Act Local ก่อน หลังจากนั้น จึงวางแผนสินค้าที่ขายอย่างมีเป้าหมาย ลงมือทำธุรกิจให้ได้มาตรฐานเป็นจุดแข่งขัน ปรับปรุงหน้าเว็บไซต์โดยเพิ่มภาษาสากล มีระบบรักษาความปลอดภัยพอสมควรและควรให้บริการอย่างต่อเนื่อง ส่วนสาเหตุที่ไปไม่รอดนั้น มาจากการทำๆ หยุดๆ ขาดความต่อเนื่องด้าน นายธีรวุธ วงษ์วิบูลย์สิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชี่ยน สตาร์เทรดดิ้ง ผู้ให้บริการเว็บไซต์ www.tohome.com เผยเคล็ดลับความสำเร็จว่า ยึดหลัก 4 ส่วนสำคัญ โดยส่วนแรก คือ ตัวสินค้าต้องปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยอยู่เสมอและตามกระแสนิยม แต่จะฟันธงสินค้าที่ฮิตแล้วขายดีนั้น เป็นเรื่องยาก สินค้าบางหมวด เช่น จิวเวลรี่ไม่มีใครกล้าทำกลับกลายเป็นขายดี เพราะไม่มีคู่แข่งขันในตลาด ส่วนเอ็มพี 3 ตลาดกลับหดตัวลง คนหันไปโหลดเพลงทางอินเทอร์เน็ตมากกว่า ดังนั้น การเลือกขายสินค้าจัดว่าเป็นความสามารถส่วนตัวด้วยเจ้าของเว็บไซต์ทูโฮมดอทคอม เผยเคล็ดลับส่วนที่ 2 ว่า คือ การบริการ โดยควรมีพนักงานที่มีความรู้ในตัวสินค้าคอยตอบคำถามทั้งจากจดหมาย อีเมล์ โทรศัพท์ และล่าสุดผ่านเอ็มเอสเอ็น ที่คาดว่า อีกไม่นานจะมีช่องทางนี้ สิ่งเหล่านี้ สำคัญมากต่อผู้ที่เริ่มทำธุรกิจ เพราะมีผลต่อความไว้วางใจ ส่วนปัจจัยที่ 3 เป็นเรื่องการจัดส่งสินค้า คือ ต้องส่งสินค้าให้เร็วที่สุดและกำหนดวันส่งชัดเจน และสุดท้าย คือ การชำระเงิน ที่วิธีการชำระเงินโดยโอนผ่านนิติบุคคลเป็นเรื่องง่าย เพราะเชื่อถือได้ แต่ในกรณีบุคคลธรรมดาลูกค้าจะไม่ไว้วางใจ จึงแก้ปัญหาด้วยวิธีการชำระเงินผ่านบัตรเพย์การ์ดแทนส่วน นายประสิทธิ์ วรฉัตราวณิช ที่ปรึกษา บริษัท เอ.อาร์. อินฟอร์เมชั่น แอนพับลิเคชั่น จำกัด และผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ www.thaiamazon.com ให้ข้อมูลว่า การทำอี-คอมเมิร์ซยุคใหม่ลูกค้ามีส่วนร่วมกับเทคโนโลยีมากขึ้น ดังนั้น ต้องออกแบบเว็บไซต์ให้เหมาะสม หน้าเว็บไซต์ดูง่าย และรองรับกับกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่ม คือ ต้องสามารถเข้ามาดูได้โดยไม่มีปัญหา รวมทั้งไม่ใช้เทคโนโลยีทันสมัยสุดขั้ว แต่ก็ต้องไม่ลืมลูกเล่นการตลาดใหม่ๆ ที่ต้องใสเพื่อให้อัพเดทอยู่เสมอสำหรับการจัดการร้านค้าปลีกออนไลน์นั้น ที่ปรึกษา บริษัท เอ.อาร์. อธิบายว่า มี 2 แนวคิด คือ จัดการเรื่องแคตตาล็อกกับพื้นที่ และจุดสนใจของลูกค้า อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของบีบีซีระบุว่า วิดีโอคลิปออนไลน์แย่งเวลาการดูของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตถึง 48% และจากข้อมูลนี้ ทำให้ยุทธวิธีทางการตลาดต้องปรับให้ทันกระแสนิยม โดยนำสินค้ามาสาธิสใส่รายละเอียดข้อมูลเพิ่มเข้าไปในวิดีโอแล้วแปะไว้บนหน้าเว็บไซต์เพื่อดึงดูดใจลูกค้าอีกทางหนึ่ง“หรืออย่างเช่น เทคโนโลยีการถ่ายภาพบนมือถือ ที่สามารถสร้างรายได้มูลค่ากว่าพันล้านบาทให้กับแม่บ้านชาวญี่ปุ่น ที่ถ่ายภาพของเหลือใช้ภายในบ้าน นำมาโพสต์ขึ้นเว็บไซต์ แสดงให้เห็นว่า โอกาสทางธุรกิจขึ้นอยู่กับแนวความคิด” นายประสิทธิ์ ยกตัวอย่างกลยุทธ์การดึงดูดลูกค้าอี-คอมเมิร์ซขณะที่ นางอุรัสยา แก้วศรีจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซนทิเมนทัล พลัส จำกัด และผู้ให้บริการเว็บไซต์ www.handdicraftmall.com เล่าประสบการณ์ว่า เริ่มทำเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซเมื่อ 8-9 ปีก่อน โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นตลาดสหรัฐอเมริกาที่ชอบงานฝีมือแฮนเมดกระดาษ เช่น กระดาษสา ที่มียอดสั่งซื้อต่อเนื่องจึงทดลองนำสินค้าอื่นมาขายร่วมกัน แต่การตอบรับไม่ดีมูลค่าการซื้อลดลง ดังนั้น ต้องหันกลับมาขายเฉพาะกระดาษเหมือนเดิม“ช่วงนี้ ตลาดต่างประเทศต่างลดขนาดสินค้าลงเพื่อขายส่งตลาดรายย่อย และจากการศึกษาตลาดต่างประเทศพบว่า มีความสนใจเน้นเฉพาะด้าน ในหนึ่งเว็บไซต์ต้องขายของเฉพาะอย่างชิ้นเดียว แต่ตัวสินค้า บริการส่งของ การชำระเงินต้องได้มาตรฐาน เงื่อนไขรายละเอียดทั้งหมดที่ปรากฏหน้าเว็บต้องชัดเจน จึงทำให้ผู้ซื้อเกิดความเชื่อมั่น ต่างจากพฤติกรรมผู้ซื้อในประเทศไทย” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซนทิเมนทัล พลัส บอกเล่าประสบการณ์เพิ่มเติมนางอุรัสยา มองว่า คนไทยทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ตน้อย เพราะส่วนใหญ่กลัวโดนหลอกและไม่มั่นใจว่า เมื่อจ่ายเงินซื้อสินค้าแล้วจะได้รับสินค้าหรือไม่ อีกทั้งรูปแบบการเล่นอินเทอร์เน็ตของคนไทยสนใจไปในทางบันเทิงมากกว่าการซื้อของ ขณะที่ในส่วนผู้ประกอบการนั้น นิยมซื้อเว็บไซต์สำเร็จรูปและทำหน้าร้านขายของ แต่กลับไม่มีรายละเอียดสินค้าบนหน้าเว็บไซต์ ไม่มีการทำประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมและขาดการอัพเดทข้อมูล อย่างไรก็ตาม งานขายออนไลน์ไม่ได้ทำเพียงแค่เปิดหน้าเว็บไซต์ แต่ต้องมีการติดตามงานอีกหลายส่วนกว่าจะจบกระบวนการขายและตั้งใจ ที่กล่าวมา เป็นเคล็ดลับการทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซให้ประสบความเร็จจากตัวจริงเสียงจริงที่มีให้เห็นเป็นตัวอย่าง อย่างไรก็ตาม การทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซเป็นเรื่องไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไปที่จะลงมือทำ ดังนั้น วันนี้ ถ้าคุณมีของเหลือใช้ภายในบ้าน หรืออยากเลหลังเสื้อผ้าที่ล้นตู้ไม่ต้องเสียเวลาแพ๊คของใส่รถหาทำเลตลาดนัดเปิดท้ายรถขายของอีกต่อไป เพียงคลิกเข้าไปใช้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูปแล้วลองมาทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซกัน…
....โดยhttp://www.joinhost.com/blog/?p=1829